เที่ยวแวนคูเวอร์ 2022 แวนคูเวอร์ประวัติ เป็นอย่างไร?

เที่ยวแวนคูเวอร์ 2022 เป็นเมืองชายฝั่งที่มีชื่อเสียงที่สุด ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของรัฐบริติชโคลัมเบียประเทศแคนาดา เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐแห่งนี้ และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคแปรซิฟิกเลยทีเดียว ด้วยประชากรราวๆ 611,869 คน แต่รวมเขตเมืองเข้าไว้ด้วยแล้ว มีประชากรถึง 2,249,725 คน โดยในอดีตนั้นที่ตั้งของเมือง

เป็นที่ตั้งรกรากแรกของนักสำรวจ ชาวอังกฤษที่ค้นพบชายฝั่งแห่งนี้ มีชื่อว่า จอร์จ แวนคูเวอร์ โดยที่ตั้งของท่าแห่งนี้ อยู่ทางฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกา รวมถึงอยู่ทางตอนเหนือของแคนาดา ตอนแรกเริ่มนั้นเองเมืองแห่งนี้

เป็นที่ตั้งของ อังกฤษเพื่อคานอำนาจกับฝรั่งเศส ที่เข้ามาหาผลประโยชน์จากทรัพยากร ในทวีปอเมริกาแห่งนี้ จนกระทั่งเกิดสงคราม 7 ปีขึ้นด้วยกัน โดยเหล่า อาณานิคมอังกฤษ ได้ต่อสู้กับอาณานิคมฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ

จนในที่สุดแล้วอังกฤษเป็นผู้พ่ายแพ้ และสูญเสียทรัพยากรมากมาย จนในเวลาต่อมาทำให้ อาณานิคมแห่งนี้ได้แยกตัวออกจาก อังกฤษแผ่นดินใหญ่และได้เกิดมาเป็นประเทศใหม่นั้นเอง โดยท่าแวนคูเวอร์แห่งนี้ ได้เริ่มทำอุตสาหกรรม

ป่าไม้ เหมืองแร่ การประมง และเกษตรกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากยุคสมัยอาณานิคม ที่เริ่มมีการวางรากฐานระบบอุตสาหกรรม รวมถึงสินค้าจากทวีปอเมริกาต่าง มีราคาสูงอย่างมากหากเมื่อได้เดินทางไปสู่ยุโรป ทำให้ท่าเรือแห่งนี้มีความเจริญ

และขยายตัวอย่างยิ่งใหญ่ ในปัจจุบันจึงเป็นเมืองท่าที่สำคัญ อีกแห่งหนึ่งของแคนาดา และด้วยแคนาดาเองที่เป็นประเทศ ขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกา อีกทั้งมีพื้นฐานทางอารยธรรมที่ต่างกัน ในแต่ละภูมิภาคของแคนาดา เพราะทางตอนเหนือนี้เองในอดีต เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส โดยภาษาราชการในบางเขตนั้น ยังคงใช้ภาษาฝรั่งเศสกันอยู่ในปัจจุบันนั้นเอง

เที่ยวแวนคูเวอร์ 2022

เที่ยวแวนคูเวอร์ 2022 แวนคูเวอร์กลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญได้อย่างไร?

ด้วยความต้องการของสินค้าในดินแดนอเมริกา ที่มีมากเพิ่มขึ้นในยุโรปโดยเฉพาะน้ำตาล หรือแม้กระทั่งช็อคโกแลต และใบยาสูบ ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในทวีปแห่งนี้เจริญเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก ด้วยความที่โลกเริ่มเชื่อมต่อกัน จากการเดินเรือที่มีความ ปลอดภัยมากขึ้นรวมถึงสินค้าในแต่ละเที่ยวนั้น มีราคาสูงมากหากสินค้านั้นได้ไปถึงเป้าหมาย

ปลายทางในยุโรปนั้นเอง ด้วยท่าเรือแวนคูเวอร์แห่งนี้ เป็นท่าเดียวของอังกฤษ ในแคนาดาที่มีจุดยุทธศาสตร์ ทางทะเลที่มีความได้เปรียบทางด้านการคมนาคมนั้นเอง โดยอังกฤษเองมีบริษัทอินเดียตะวันออก ที่ตั้งอยู่ทางเอเชียตะวันออก

สามารถมาบรรจบกันท่าเรือแห่งนี้ ที่ต้องข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่อย่าง มหาสมุทรแปซิฟิกนั้นเองที่เชื่อมต่อ เอเชียและทวีปอเมริกาเข้าไว้ด้วยกัน จึงทำให้ท่าเรือแห่งนี้มีการเชื่อมต่อ โลกทั้งใบเลยทีเดียวด้วยจากสินค้า หลังจากหมดยุคอาณานิคม

จนเกิดเป็นประเทศใหม่อย่างแคนาดา และอเมริกาที่ถือได้ว่าเป็นประเทศ ที่เกิดขึ้นจากมรดกยุคอาณานิคม ทำให้เกิดเป็นชุมชนต่างๆในแคนาดา ที่มีเชื้อสายมากมายในยุโรป ผสมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นวัฒนธรรมเฉพาะของแคนาดา

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ทางตอนเหนือของประเทศรวมถึง อากาศหนาวตลอดทั้งปีทางตอนเหนือ อีกทั้งยังมีพรมแดนติดกับรัสเซีย ทางตอนเหนืออีกด้วย อีกทั้งทะเลมหาสมุทรแปซิฟิกมักมีลมพายุแรง

แต่ก็แลกมาด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์น้ำชนิดต่างๆอันเป็นที่ต้องการของตลาดนั้นเอง จึงทำให้ท่าเรือแห่งนี้มีความสำคัญและส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศแคนาดาจนมาถึงปัจจุบันนั้นเอง

แวนคูเวอร์สถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างไร?

ด้วยเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ ทำให้เป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยว ชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของแคนาดา รวมถึงการผสมผสานเข้ากันของวัฒนธรรม ของผู้คนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นย่านไชน่าทาวน์ หรือแม้กระทั่งย่านทั่วไปที่ให้ความรู้สึก เหมือนกับเราเดินอยู่ในลอนดอนนั้นเอง นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นเมืองท่า ทำให้เราได้เห็นวิวทะเลอันสวยงามกว้างใหญ่ และภูมิทัศน์อันสวยงาม

ที่ภาพยนตร์มักมาถ่ายทำกันที่เมืองแห่งนี้ จนกลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงนั้นเอง สถานที่แรกคือ Granville Island เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่เหมาะสำหรับพักผ่อน  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของที่นี้ สามารถดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยว

ให้สัมผัสเข้ากับบรรยากาศของทะเลแห่งนี้ได้ เพราะด้วยที่ตั้งของที่นี้นั้นมีลักษณะเหมือนเป็นแหลม ท่าเรือยื่นออกมาเหล่าเรือยอร์ชต่างๆ รวมถึงสปีชโบ๊ทจอดเทียบท่ากันเรียงรายไปหมด นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะที่เป็นเหมือน

ตลาดขายผักผลไม้และอาหารทะเล ที่หาได้จากทะเลแห่งนี้นั้นเอง นับว่าเป็นสถานที่พักผ่อนอีกแห่งหนึ่ง เป็นที่นิยมของเมืองแห่งนี้นั้นเอง สถานที่ต่อไปคือ Grouse Mountain ในช่วงฤดูหนาวนั้นที่แห่งนี้ เป็นที่นิยมของกีฬาหิมะ

รวมถึงความโรแมนติกของที่นี้ มีการประดับไฟบนเขาแห่งนี้ ได้นั่งดูความงดงามของทัศนียภาพ จากที่สูงและอากาศหนาวเย็น ที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้ ให้ความโรแมนติกอย่างมากกับนักท่องเที่ยวคู่รักนั้นเอง อีกทั้งมีกิจกรรมเดินสำรวจสัตว์ป่า

ที่เกิดขึ้นในทุกๆปีและเป็นแค่แต่ละช่วงเท่านั้น รวมถึงเป็นสวรรค์ของนักปีนเขาในช่วงฤดูร้อน ในสถานที่อันมีชื่อเสียงอย่าง Grouse Grind ที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ดึงดูดเป็นอย่างมากนั้นเอง เราไปกันต่อที่ หาด Kitsilano ชายฝั่งของหาดแห่งนี้นั้น

มีความกว้างใหญ่และเป็นที่พักผ่อน ของผู้คนที่นี้มักมาปิกนิก รวมถึงนั่งสัมผัสอากาศริมทะเล ในร้านคาเฟ่หรือร้านอาหาร ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวแห่งนี้ อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินเท้า ที่มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่มีวิวด้านหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่

และย่านช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง West Fourth Avenue เพียงไม่กี่ก้าวจาก หาดแห่งนี้นั้นเอง สถานที่สุดท้ายคือ Gastown เป็นย่านเก่าแก่ที่สุดของเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมต่างๆ ของอาคารแถวนี้รวมถึงร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ

ถูกออกแบบมาเหมือนยุควิคตอเรีย และได้รับการบูรณะเรื่อยมา ด้วยโครงสร้างและบรรยากาศเมืองแห่งนี้ ที่มาของชื่อในย่านนี้มาจาก ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Gassy Jack จนต่อมาชื่อได้เปลี่ยนมาเป็น Gassy’s Town และในปัจจุบันนั้นเองที่เพี้ยนมาเป็น Gastown

แห่งนี้นั้นเองนับว่าเป็นบุคคลที่เป็นตำนานของที่นี้ จนถึงขั้นมีรูปปั้นเชิดชูนายคนนี้ด้วยนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาอบไอน้ำ ที่เป็นไฮไลท์ของเมืองแห่งนี้ อันเต็มไปด้วยความคลาสสิคของที่นี้นั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวของแวนคูเวอร์ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่เกิดขึ้นในเมืองท่าขนาดใหญ่แห่งนี้นั้นเอง

เที่ยวแวนคูเวอร์ 2022

ปัจจุบันแวนคูเวอร์เป็นอย่างไร?

ในอดีตเมืองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ ที่ยาวนานและน่าสนใจในแง่ของภูมิศาสตร์ เพราะด้วยอุดมไปด้วยป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ที่เริ่มต้นด้วยอุตสาหกรรมป่าไม้ และเริ่มมีการค้าขายกับชาวพื้นเมือง ที่อาศัยอยู่ในทวีปแห่งนี้มาก่อน และเชี่ยวชาญสำหรับการดำรงชีพในป่า ซึ่งอาณานิคมอังกฤษเอง ที่เข้ามาตั้งรกรากที่นี้และได้ ค้าขายหนังสัตว์กับเหล่าชาวพื้นเมืองมาอย่างยาวนาน

จนกระทั่งหมดยุคอาณานิคมลงไป อีกทั้งยังมีการกวาดล้าง ชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่กระจายไปทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเอง มีความขัดแย้งกันระหว่างชนเผ่าดั่งเดิม กับรัฐบาลยุคใหม่นั้นเอง ซึ่งแคนาดาเองก็มีเรื่องน่าเศร้ากับ

ปัญหาชาวพื้นเมืองในอดีต ที่มีปัญหาในเรื่องพื้นที่ทำกิน หรือแม้กระทั่งทองคำที่เหล่า ชาวพื้นเมืองเป็นผู้ครอบครองมาก่อน จนกระทั่งระบบอุตสาหกรรมของโลก เจริญเติบโตก้าวหน้าจึงทำให้ เริ่มมีการมองหาทรัพยากรอันมีค่า

รวมถึงการทำเหมิองทองคำ จากการแทรกแทรงของกลุ่มคนที่มาอาศัยใหม่ กับชาวท้องถิ่นดั่งเดิมนั้นเอง ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปในแง่ของประวัติศาสตร์ แต่แคนาดาเองก็ไม่อาจลืม เรื่องราวที่พวกเขาได้เคยทำไว้กับ

ชาวพื้นเมืองในอดีตที่ปัจจุบันนั้น เชื้อสายชาวพื้นเมืองดั่งเดิม อาจจะสูญพันธุ์ไปแล้วก็ได้นั้นเอง เพราะด้วยโรคระบาดครั้งใหญ่ ที่เคยเกิดขึ้นสมัยโคลัมบัส ได้เริ่มค้นพบทวีปแห่งนี้แล้วเริ่ม มีการเชื่อมต่อกันระหว่างยุโรปและทวีปแห่งใหม่นี้

ชาวยุโรปจำนวนมากได้พาเชื้อโรค ที่ทวีปแห่งนี้ไม่เคยรู้จักมาก่อน และไม่มีภูมิต้านทานกับโรคนี้ ทำให้ชาวพื้นเมืองดั่งเดิม ที่อาศัยอยู่ในทวีปแห่งนี้ลดลง เหลือเพียงแค่ 10 % จากประชากรทั้งหมด เพราะด้วยโรคระบาดที่ไม่มีใครรู้จัก

รวมถึงการรักษาที่ยังไม่ทันสมัยเหมือนกับยุคนี้นั้นเอง ถึงแม้ความเลวร้ายในอดีตที่เกิดขึ้น จะคอยย้ำเตือนพวกเขาถึงแม้ เมืองแห่งนี้จะเจริญก้าวหน้าเพียงใดก็ตาม โดยที่เมืองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนั้นเอง

สรุปการท่องเที่ยวในแวนคูเวอร์เป็นอย่างไร?

แวนคูเวอร์เองเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ และแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทะเลหรือป่าไม้ ที่ปกคลุมไปทั่วทางตอนเหนือของแคนาดา แต่ทว่าได้สร้างความประทับใจ ให้กับการท่องเที่ยวที่แห่งนี้ ที่นักท่องเที่ยวคึกคักเป็นอย่างมากในแต่ละปี เพราะด้วยเมืองแห่งนี้ถูกยกให้เป็นเมือง พักตากอากาศที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ของโลกเลยทีเดียว อีกทั้งยังได้ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

ของผู้คนที่นี้ซึ่งเป็นมรดกจากยุคล่าอาณานิคม ตึกต่างๆหรือแม้กระทั่งสถาปัตยกรรม ยังคงมีหลงเหลือให้เห็นจากยุคสมัย ที่เคยมีคนอยู่อาศัยเพียงหลักพัน จนมาถึงปัจจุบันที่มีคนอยู่อาศัยกันนับล้านนั้นเอง บรรยากาศของที่้นี้ร่มเย็น

เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการ หาที่เที่ยวหรือพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว เมืองแห่งนี้รับรองว่าจะต้องตอบโจทย์ พวกคุณอย่างแน่นอน หากได้มาเยือนเมืองแห่งนี้ซะครั้งในชีวิต หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว เมืองท่าต่างๆที่มีความสวยงาม หรือศึกษาประวัติศาสตร์แล้วละก็ เมืองแห่งนี้จะทำให้คุณไม่ผืดหวังอย่างแน่นอน

จึงทำให้ มองว่า แวนคูเวอร์ เป็นเมืองอีกแห่งในทวีปอเมริกา ที่มีความเก่าแก่และเป็นมรดก จากยุคอาณานิคมอังกฤษอีกเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่ใช่ยุค อาณานิคมแล้ว แคนาดาเองก็มีความคล้ายกับสหรัฐอเมริกา

ที่มีผู้คนจากทั่วทุกที่บนโลก เข้ามาอยู่อาศัยตั้งรกรากกันที่แห่งนี้ เพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์และโอกาสใหม่ๆ สำหรับดินแดนแห่งนี้ที่ผู้คนทั่วโลก ต่างมองหาประเทศที่ให้ความหวังกับเขาได้ แคนาดาเองจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง

ที่เหล่าผู้ลี้ภัยในโลกแห่งนี้ เลือกที่จะอยู่อาศัยที่นี้เพราะด้วย ประเทศแห่งนี้เชิดชูทางด้านสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด และให้สิทธิกับทุกคนเท่าๆกันนั้นเอง จึงทำให้เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่ใครหลายๆคนอยากสัมผัส

กับบรรยากาศของที่นี้รวมถึงสังคม ที่มีความหลากหลายในพื้นที่รวมถึงวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ ประเทศแห่งนี้ที่มีการผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรม จากในหลายๆพื้นที่ในโลก จนเกิดกลายเป็นสิ่งใหม่ที่ทำให้แคนาดา ไม่เหมือนที่อื่นๆนั้นเอง

รีวิวที่เที่ยวยอดฮิต

เที่ยวได้ง่าย ๆ