เที่ยวง่ายๆใกล้ๆ เหอหนานประวัติเป็นอย่างไร?

เที่ยวง่ายๆใกล้ๆ เหอหนานหรือ ห้อหลำ ตามสำเนียงฮกเกี้ยน มีชื่อเดิมคือ จงหยวน หรือ จงโจว ซึ่งมีความหมายว่าที่ราบตอนกลาง ดินแดนในเหอนานนั้นเรียกได้ว่า มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน อยู่ร่วมกับประเทศจีนนั้นเอง โดยที่ราบตอนกลางของประเทศอย่าง จงหยวน ซึ่งเป็นดินแดนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และนับว่าเป็นจุดเริ่มอารยธรรมแรกๆของจีนเลยทีเดียว

ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองของจีนมาแล้วกว่า 1,000 ปีเลยทีเดียว ด้วยพื้นที่กว่า 167,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ ของที่ราบจีนทางตอนเหนือ

ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ด้วยประชากรกว่า 94 ล้านคน อีกทั้งมณฑลแห่งนี้ยังมีระบบการปกครอง ย่อยมากเป็นอันดับ 7 ของประเทศ และมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ แต่ถ้าเทียบกับมณฑลอื่นๆในประเทศจีน

เหอหนานนั้นมีพื้นที่ทางเศรษฐกิจ น้อยกว่ามณฑลอื่นๆเพราะด้วยส่วนใหญ่ ทางตอนกลางนั้นจะนิยมทำเกษตกรรม อีกทั้งยังมีอลูมิเนียมและถ่านหิน ที่คอยพยุงระบบเศรษฐกิจของมณฑลแห่งนี้ ที่ตั้งทางตอนกลางนั้นยังติดกับแม่น้ำสายสำคัญอย่าง แม่น้ำเหลือง

หรือที่เรียกกันว่า หวงเหอ ที่นับว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญในการขนส่ง สินค้าทางตอนกลางไปยังทางตะวันตกนั้นเอง ในอดีตนั้นมณฑลแห่งนี้ยังมีเมืองสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของราชวงค์ชาง อันเก่าแก่อีกราชวงค์หนึ่งของจีน

อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของวัดเส้าหลิน และเมืองโบราณของจีนสี่แห่งได้แก่ ลั่วหยาง อันหยาง ไคฟง และเจิ้งโจว นับว่าเป็นอีกภูมิภาคหนึ่งที่เป็นต้นกำเนิด วัฒนธรรมต่างๆในภาคกลาง ที่ปกครองโดยชาวฮั่นมาตั้งแต่ดั่งเดิมนั้นเอง ด้วยในสมัยก่อนนั้นที่ราบตอนกลาง

มีความอุดมสมบูรณ์ไม่เหมือนกับภูมิภาคอื่นๆ ที่ยังคงดิ้นรนพัฒนาในเรื่องเกษตรกรรม ทำให้พื้นที่ตอนกลางอันเป็นศูนย์กลาง ทางการปกครองและเป็นที่ตั้งเมืองหลวง มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมและวิทยาการ เหล่านักปราชญ์มากมายเกิดขึ้น

ในดินแดนแห่งนี้เพราะด้วยไม่ได้รับความอดยาก เหมือนกับดินแดนอื่นๆของจีนนั้นเอง จึงเป็นอีกมณฑลหนึ่งที่น่าศึกษาประวัติศาสตร์ ที่มีมาตั้งแต่โบราณนับพันปีแล้วนั้นเอง

เที่ยวง่ายๆใกล้ๆ

เที่ยวง่ายๆใกล้ๆ เหอหนานมีความสำคัญอย่างไรในประเทศจีน

ด้วยที่ราบอันกว้างแห่งนี้ เป็นจุดกำเนิดของอารยธรรมจีนโบราณ โดยกลุ่มคนที่อาศัยในยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้น ตั้งรกรากกันในที่ราบแห่งนี้ จนกระทั่งประชากรเริ่มกระจายตัว ไปยังภูมิภาคอื่นๆของจีนนั้นเอง จนในที่สุดนั้นกลายมาเป็น ดินแดนที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน และด้วยเป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวงเก่าอย่าง ลั่วหยาง อันเป็นที่ตั้งเมืองหลวงของราชวงค์ฮั่นนั้นเอง

นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่กำเนิดนักปราชญ์สำคัญๆ หลายคนในประเทศจีนเลยทีเดียว เพราะนับว่าเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรม และองค์ความรู้นานาชนิด ที่ถูกรวบรวมโดยเหล่าบัณฑิตตอนกลางนั้นเอง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของที่ราบตอนกลาง ทำให้เหล่าชนเผ่าต่างๆ

ที่อยู่ทางเหนือนอกกำแพงเมืองจีน ต่างต้องการบุกเข้ามายึดพื้นที่ หลังกำแพงรวมถึงที่ราบตอนกลางอีกด้วย เพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางอาหาร และการเพาะปลูกนั้นเป็นไปได้โดยง่าย ทำให้ชนเผ่าต่างๆทางตอนเหนือของจีน ต่างบุกปล้นสะดมและยึดครองเสบียงนั้นเอง

เพราะด้วยทางตอนเหนือของจีน เป็นที่ราบสูงและอากาศหนาว ที่ดินไม่ค่อยเหมาะสมกับการเพาะปลูกซะเท่าไร ทำให้ชนเผ่าต่างๆต้องรบเก่ง เพื่อความอยู่รอดของชุมชนนั้นเอง ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของที่ราบแห่งนี้ได้พาให้เห็น เศษซากอารยธรรมที่เคยยิ่งใหญ่

ในอดีตผ่านเวลามานับพันปี ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนในดินแดนแห่งนี้ ด้วยความต่างกันของภาษา ในแต่ละภูมิภาคของจีน ทำให้เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่เราได้เห็นวัฒนธรรมอันหลากหลาย แตกต่างกันไปจากเหอหนาน อันเป็นที่ราบตอน กลางนั้นเอง อีกทั้งยังเป็นจุดกำเนิดภาษาจีนกลาง ที่ยังคงใช้กันจนมาถึงปัจจุบันนี้นั้นเอง

เหอหนานสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างไร?

มณฑลแห่งนี้นับว่าเป็น อีกมณฑลหนึ่งของจีนที่บอกเล่า ประวัติศาสตร์ประจำชาติได้เป็นอย่างดี เพราะด้วยรากฐานทางวัฒนธรรม มากกว่า 3,000 ปี ทำให้พื้นที่โดยรอบของที่นี้ เต็มไปด้วยสถานทีทางประวัติศาสตร์ อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจีน ในหลายๆแห่งที่น่าสนใจและ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกที่ ที่สนใจประวัติศาสตร์จีนรวมถึงรากเง้าทางวัฒนธรรม

รับรองว่าที่มณฑลนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลยทีเดียว อีกทั้งในภูมิภาคนี้ยังเป็น ที่ตั้งเมืองหลวงเก่ามาหลายราชวงค์นั้นเอง สถานที่แรกคือ โบราณสถานแห่งอินซวี ( Yin xu : The Yin Ruins at Anyang ) ซากผังเมืองเก่า แห่งสุดท้ายของราชวงค์ซาง

ตั้งอยู่ในเมืองอันหยางซึ่งในช่วงเวลานั้น เป็นยุคทองของอารยธรรมจีนโบราณ ที่มีการออกแบบสิ่งก่อสร้าง ที่มีความสมบูรณ์แบบอย่างมาก จากการขุดค้นพบหลักฐานและโครงสร้าง ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านไปก็ยังคงสภาพ อยู่ภายใต้พื้นดินนั้นเอง

ทำให้เราได้เห็นความรุ่งเรืองในอดีต ของเมืองหลวงแห่งนี้ที่เคยยิ่งใหญ่ และเป็นศูนย์กลางทางการปกครองอีกด้วย โดยการขุดค้นพบพระราชวัง โบราณ 50 ในอาณาบริเวณกว่า 24 ตารางกิโลเมตร จึงทำให้ที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกของโลกเลยทีเดียว

เพราะด้วยความเก่าแก่และสิ่งก่อสร้าง ควรค่าแก่การรักษาให้คนรุ่นหลังได้ศึกษากันนั้นเอง สถานที่ต่อไปคือ วัดเส้าหลิน ( Shaolin Monastery ) เป็นวัดชื่อดังที่ใครหลายคน อาจจะเคยคุ้นหูจากการดูหนังหรือสื่ออื่นๆ ซึ่งมีที่มาจากวัดแห่งนี้นั้นเอง ด้วยอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี

ที่วัดแห่งนี้ยังคงดำรงกฎอย่างเคร่งครัดเช่นเดิม ด้วยพุทธนิกายมหายาน และด้วยเอกลักษณ์ของพระวัดนี้ก็คือ ทุกคนจะได้ฝึกวิทยายุทธ์กำลังภายใน อันเป็นศาสตร์เก่าแก่ที่สืบถอด มาจากปรจารย์ตั๊กม้อผู้ที่เป็นเจ้าอาวาสคนแรก และเป็นบุคคลที่เดินทางไปอินเดีย

เพื่อศึกษาพระธรรมจนกระทั่งท่านเอง สำเร็จและเป็นต้นกำเนิดมวยจีนวัดเส้าหลินขึ้น เพราะในช่วงเวลาหนึ่งโจรชุกชุม มักออกปล้นฆ่าทำร้ายพระที่มักเดินทาง แสวงบุญในอดีตนั้นเอง เราไปกันต่อที่ ถ้ำผาหลงเหมิน ( Longmen Grottoes ) เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ

ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเมืองลั่วหยาง ด้วยความเก่าแก่ของถ้ำแห่งนี้มีอายุถึง 400 ปีเลยทีเดียว ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็นถ้ำเล็กๆได้ถึง 2,345 ช่อง อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปกว่า 100,000 องค์ที่มาจากศรัทธาของคนในสมัยก่อน ได้สร้างและมอบให้เป็นพระพุทธบูชาที่นี้นั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปใหญ่ที่สุดกว่า ถูกสลักตรงหน้าผาด้วยความสูงกว่า 17 เมตร ทำให้ถ้ำแห่งนี้มีคุณค่าทางพุทธศาสนาอย่างมาก เพราะบ่งบอกเรื่องราวในอดีตที่ ยุคหนึ่งศาสนาพุทธได้เคยรุ่งเรืองเป็นอย่างมากนั้นเอง ด้วยความเก่าแก่แห่งนี้จึงได้ถูกบันทึก

เป็นมรดกโลกอีกด้วยเช่นกันนั้นเอง สถานที่สุดท้ายคือ ศาลไคฟง ศาลแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองไคฟง หลายๆคนที่เติบโตมาในช่วงยุค 90 ต่างจะต้องรู้จักละครจีนเรื่อง เปาบุ๋นจิ้น อย่างแน่นอน เพราะท่านมีตัวตนอยู่จริงในอดีต จากการถูกบันทึกเรื่องราวเอาไว้ในประวัติศาสตร์

ภายในศาลนั้นยังคงสภาพดีเช่นเดิม จากการอนุรักษ์และซ่อมแซมของเดิม ให้มีสภาพเหมือนในอดีตนั้นเอง จุดเด่นของศาลคือรูปปั้นท่านเปาบุ๋นจิ้น ตั้งสูงตระหง่านถึง 3.8 เมตร หนัก 5.6 ตัน ซึ่งเป็นรูปปั้นที่หนักที่สุดในจีนเลยทีเดียว ไฮไลท์ของศาลนี้เลยก็คือ

เครื่องประหารหัวสุนัข รวมถึงแท่นพิพากษาที่มีหุ่นขี้ผึ้ง บุคคลสำคัญเอาไว้ยังตำแหน่งดั่งเดิม พาให้เข้าถึงบรรยากาศในอดีตได้ดีเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวในเหอหนาน ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยว อีกมากมายอันเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ รวมถึงขุนเขาธรรมชาติโดยรอบนั้นเอง

เที่ยวง่ายๆใกล้ๆ

ปัจจุบันเหอหนานเป็นอย่างไร?

ภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคแห่งนี้ นับว่ายังมีอัตราหัวเฉลี่ยรายได้ ต่ำกว่าภูมิภาคอื่นๆเพราะด้วย พื้นที่ราบแห่งนี้ยังคงพึ่งพาสินค้าเกษตร และอะลูมิเนียมกับถ่านหิน ที่เป็นสินค้าหลักในภูมิภาคแห่งนี้ แต่ทว่าอุดมไปด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่

ซึ่งเป็นรากเง้าทางวัฒนธรรมของประเทศ มาอย่างยาวนานกว่า 3,000 ปีเลยทีเดียว จึงได้พึ่งพาการท่องเที่ยว ที่เป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในมณฑลแห่งนี้นั้นเอง และด้วยภูมิประเทศเป็นที่ราบ และล้อมไปด้วยภูเขานั้นเอง

สรุปการท่องเที่ยวในเหอหนานเป็นอย่างไร?

นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศจีน ประเทศที่ซึ่งมีรากฐานทางวัฒนธรรม เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว ด้วยความที่เป็นที่ตั้งเมืองหลวงอันเก่าแก่ ของหลายๆราชวงค์ที่ผ่านมานั้นเอง ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จึงมีแต่สถานที่ทางประวัติศาสตร์ พระราชวังโบราณต่างๆที่ถูกขุดค้นพบ รวมถึงวัตถุที่ถูกขุดค้นพบได้นั้นเอง และเก็บรวบรวมเป็นหลักฐาน

ทางประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษากัน หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จะต้องชอบ เหอหนานอย่างแน่นอนเลยทีเดียว จึงทำให้มองว่า เหอหนาน เป็นมณฑลหนึ่งที่มีความสำคัญของประเทศจีน ที่ซึ่งในอดีตเป็นศูนย์กลางทางอำนาจ

รวมถึงระบบเศรษฐกิจที่เป็นศูนย์กลาง ของประเทศนี้มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งมาถึงการเปลี่ยนแปลงราชวงค์ชิง ที่ย้ายเมืองหลวงไปยังปักกิ่งนั้นเอง ทำให้มณฑลแห่งนี้เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของชาวฮั่น ที่ซึ่งเป็นคนจีนส่วนใหญ่ในประเทศนั้นเอง ถึงแม้ปัจจุบันมณฑลแห่งนี้ จะไม่ได้เป็นศุนย์กลางทางอำนาจเหมือนแต่ก่อน ปัจจุบันยังคงศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ของชาวฮั่นจีนดั่งเดิมนั้นเอง

ข่าวลีกเอิง

ที่ท่องเที่ยววันหยุด