ที่เที่ยว 2021 เอสโตเนียประวัติ เป็นอย่างไร?

ที่เที่ยว 2021 เอสโตเนียมีชื่ออย่างทางการว่า สาธารณรัฐเอสโตเนีย มีอาณาเขตทางเหนือติดกับ อ่าวฟินแลนด์ ทางทิศตะวันตก ติดกับทะเลบอลติก มีพรมแดนทางใต้ติดกับ ประเทศลัดเวีย และทางตะวันออกติดกับ รัสเซีย ต้องบอกก่อนว่าประเทศนี้ เมื่อก่อนได้เป็นส่วนหนึ่ง ของประเทศรัสเซีย มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งโลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2

ทหารนาซีได้เริ่มบุกทางฝั่งตะวันออก นั้นก็คือโปแลนด์ และได้ทำการบุกอย่างสายฟ้าแลบ เพื่อที่จะยึดครองประเทศรัสเซีย รวมถึงเอสโตเนียเองด้วย ที่ถูกกองทัพนาซีบุกยึด ดินแดนยุโรปทางตอนเหนือทั้งหมด

รวมถึงที่อื่นๆในยุโรปอีกด้วย จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง กองทัพแดงของรัสเซีย ได้ทำการบุกยืดฐานที่มั่นต่างๆ รวมถึงทำลายค่ายกักกันชาวยิว ที่อยู่ทั่วทั้งโปแลนด์ รวมถึงประเทศในทางตอนเหนือของยุโรป

จนสามารถผนึกประเทศต่างๆ ให้กลายเป็นสหภาพโซเวียต ที่มีความใหญ่อย่างมาก ในแง่ของพื้นที่การปกครอง ณ ตอนนั้นเอง เอสโตเนีย ยังคงเป็นเพียงรัฐหนึ่ง ที่อยู่ภายใต้การปกครองของ สหภาพโซเวียต

จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามเย็น เศรษฐกิจของสหภาพโซเวียต ได้ล่มสลายและทำให้เกิดประเทศ ใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงเอสโตเนียเอง ได้ประกาศเอก ราชขึ้นเมื่อ 20 ส.ค. 1991 หลังจากที่เคยได้ประกาศเอกราช

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปแล้ว ประเทศแห่งนี้ก็ได้ถูกยึดโดย สหภาพโซเวียต นับว่าเป็นเวลาอย่างยาวนาน กว่าเอสโตเนียจะได้อิสระภาพ ของตัวเองในที่สุด ถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ก็ได้ร่วมลงนามอยู่ในเครือ สหภาพยุโรป ที่มีระบบเศรษฐกิจ ของสหภาพช่วยพยุงประเทศ ที่มีกำลังพัฒนาน้อยและเป็นประเทศเล็กๆ ให้มีระดับฐานะทางการเงินมั่นคง เหมือนกับในปัจจุบันนี้นั้นเอง

ที่เที่ยว 2021

ที่เที่ยว 2021 เอสโตเนียมี วัฒนธรรมแบบไหน?

ชาวเอสโตเนียนั้น ได้ถูกปกครองอยู่ภายใต้ เงาของประเทศมหาอำนาจ มาอย่างยาวนานอย่าง ประเทศรัสเซีย ที่ถือได้ว่ามีความผูกพันธ์กันในแง่ของ วัฒนธรรม ภาษา และอาหาร จึงทำให้ทุกวันนี้เอง ผู้คนส่วนใหญ่ในเอสโตเนีย ยังคงพูดภาษารัสเซีย รวมถึงวัฒนธรรมชาวสลาฟ ที่แพร่หลายในรัสเซียด้วยนั้นเอง แต่ทว่าประเทศแห่งนี้ อยู่ในกลุ่มประเทศทะเลบอลติก

ทางเหนือของยุโรป จึงทำให้ประเทศในแถบนี้ ได้ร่วมภูมิภาคกัน มีการแลกเปลี่ยนสินค้า รวมกระทั่งวัฒนธรรมชาวนอร์ท ของฟินแลนด์ด้วยนั้นเอง นับว่าเป็นประเทศขนาดเล็ก ที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย สวีเด่น ฟินแลนด์ เยอรมัน ลัตเวีย

ตามเส้นพรมแดนที่ถูกแบ่งนั้นเอง จากการตกเป็นประเทศ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมอยู่นาน ทำให้ผู้คนในประเทศนี้ ได้รับวัฒนธรรมมากมาย จนทำให้ประเทศแห่งนี้ มีความคล้ายคลึงกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปทางตอนเหนือนั้นเอง

ผู้คนในประเทศนั้น มีภาษาเป็นของตัวเอง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก ฟินแลนด์และประเทศต่างๆ ในกลุ่มทะเลบอลติก แต่การที่ตกอยู่ภายใต้สหภาพโซเวียต จึงต้องฝึกภาษารัสเซีย ซึ่งมีความแตกต่างจาก ภาษาดั่งเดิมเป็นอย่างมาก

ตัวสะกดหรือการออกเสียงนั้น แตกต่างกันอย่างมาก จึงทำให้ยากสำหรับชาวเอสโตเนีย ที่ต้องเรียนรู้ภาษารัสเซียด้วยนั้นเอง ทุกวันนี้เองประเทศแห่งนี้ ยังคงเป็นเมืองท่าติดทะเล อันสวยงามเหมาะแก่การ มาสัมผัสบรรยากาศ ทางตอนเหนือของยุโรปด้วยนั้นเอง

เอสโตเนีย สถานที่ท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?

ประเทศแห่งนี้นับว่า มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ร่วมกับประเทศอื่นๆในยุโรป จึงทำให้ประเทศเล็กๆแห่งนี้ เต็มไปด้วยปราสาท และรูปแบบ สถาปัตยกรรมยุคกลาง ทำให้ดูมีเสน่ห์อย่างมาก เหมือนเราท่องเที่ยวอยู่ใน หมู่บ้านในโลกนิยายเลยทีเดียว สิ่งก่อสร้างของที่นี้ ทำให้เราเดินท่องเที่ยวได้อย่าง ไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว สถานที่แรกที่เราจะแนะนำเลยก็คือ Tallinn เมืองทาลลินน์

เป็นเมืองหลวงของประเทศ เอสโตเนีย ซึ่งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ ที่สุดในประเทศ เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วย สถาปัตยกรรมที่เหมือน ถูกหยุดเวลาไว้เมื่อ หลายร้อยปีที่แล้วเลยทีเดียว ย่านชื่อดังของเมืองนี้ต้อง ย่าน Old Town อันเป็นศูนย์กลางของเมือง ที่จตุรัสเมืองเก่าทาลลินน์ ( Tallinn Old Town Square ) หรือ Reakoja Plats ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็น ตลาดของพ่อค้าซื่อค้า

แลกเปลี่ยนสินค้ากัน รวมทั้งมีการจัดงานเทศกาลใหญ่ๆอีกด้วย ความสวยงามของบ้านเรือนต่างๆ ร้านค้ามากมายที่ดึงดูด นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว

สถานที่ต่อไปคือ ปราสาททูมเปีย ( Toompea Castle ) รัฐสภาของประเทศ ที่ครั้งหนึ่งได้เคยทำหน้าที่ ปกป้องดินแดนแห่งนี้ จากประเทศเดนมาร์ก เมื่อปี ค.ศ. 1219 รูปแบบปราสาทนั้น ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์

ในยุคกลางที่มีความยิ่งใหญ่ รวมทั้งแข็งแกร่งสามารถ ปกป้องคนในเมืองได้ในอดีต ทำให้ดูมีความคลาสสิคอย่างมาก ผู้คนที่ท่องเที่ยวมัก จะมาถ่ายรูปและเดินชม ความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ ที่ถือได้ว่าบุกได้ยากนั้นเอง

เราไปกันต่อที่ พระราชวังแคทเดอริค ( Kadriorg Palace ) พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดย พระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ 1 แห่งรัสเซีย พระราชวังแห่งนี้ถูก มอบให้ พระราชินีแคทเธอลีน ถูกออกแบบโดย สถาปนิกชาวอิตาลีสไตล์บาร็อก

ปัจจุบันที่แห่งนี้ได้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์จัดแสดงภาพวาด งานปติมากรรมต่างๆ ของเอสโตเนีย ถึงแม้เวลาจะผ่านไป พระราชวังแห่งนี้ยังคงสวยงาม และได้รับการดูแลอย่างดี จากทางรัฐบาล ทางด้านนอกยังมีสวนสนามหญ้า

ที่ดูร่มเย็นและทำให้เดินชมด้านนอก ไม่ทำให้น่าเบื่อเลยทีเดียว สถานที่สุดท้ายคือ เมืองพาร์นู ( Parnu ) เป็นเมืองท่าติดชายหาดชื่อดัง ของประเทศแห่งนี้ ที่นี้มีรีสอร์ทรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ

เมืองท่าที่มีชายหาดสวยงาม ในแบบยุโรปทางตอนเหนือนั้นเอง เมืองแห่งนี้ได้เคยถูกปกครอง มาแล้วหลายชาติ โดยในอดีตได้ถูกโปแลนด์ยึดครองปี ค.ศ. 1561 หลังจากนั้นสวีเดนเข้ามาครอบครองต่อ ใน ค.ศ. 1629

และสุดท้ายรัสเซียได้เข้ามาครอบครองต่อในปี ค.ศ. 1710 – 1918 ทำให้เราได้เห็นศิลปะร่วม ระหว่างประเทศที่เคยปกครอง สถาปัตยกรรมของเมืองแห่งนี้ จึงมีเสน่ห์เหมือนเมืองท่า ในยุคกลางนั้นเอง รวมไปถึงร้านค้าผู้คน ที่แต่งตัวเป็นชาวบ้านร่วมสมัยกับยุคด้วยเช่นกัน สถานที่ท่องเที่ยวของเอสโตเนีย ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อันเป็นเสน่ห์ในแบบยุโรปยุคกลาง ที่ยังคงความสวยงาม ในประเทศแห่งนี้นั้นเอง

ปัจจุบันเอสโตเนียเป็นอย่างไร?

ถึงแม้เอสโตเนียจะเป็นประเทศขนาดเล็ก หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ประเทศแห่งนี้เพิ่งได้เริ่มก่อตั้ง และยังต้องเริ่มต้นกับระบบเศรษฐกิจใหม่อีกด้วย ต้องรวบรวมขอบเขตภาษีใหม่ อีกทั้งเรื่องดินแดนที่มีพรมแดน ติดกับประเทศอื่นๆ หลังจากที่เอสโตเนีย เข้าร่วมสหภาพยุโรป ทำให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นได้รวดเร็ว เพราะจากระบบเศรษฐกิจ

ร่วมกันของสหภาพยุโรป ที่มีอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกัน และสิทธิพิเศษบ้างอย่างอีกด้วย การท่องเที่ยวเองจึงได้รับประโยชน์ จากการที่เข้าร่วมสหภาพยุโรป เพราะด้วยการท่องเที่ยว ของชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ในประเทศสหภาพยุโรป สามารถเดินทางไปประเทศต่างๆ ที่อยู่ในเครือได้โดยไม่ต้องขอวีซ่านั้นเอง ประเทศเล็กๆแห่งนี้ทางตอนเหนือ จึงกลายเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่เหล่านักท่องเที่ยว ต่างเดินทางไปพักตากอากาศนั้นเอง

ที่เที่ยว 2021

สรุปการท่องเที่ยวเอสโตเนียเป็นอย่างไร?

เป็นประเทศยุโรปทางตอนเหนือ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นกับ นักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้ไปเยือน ถึงแม้จะเป็นประเทศที่มี อากาศหนาวมากก็เถอะ แต่ในช่วงฤดูร้อนนั้น กลับกลายเป็นสถานที่ พักตากอากาศที่มีอากาศ ไม่ร้อนมากนักนั้นเอง อีกทั้งประวัติศาสตร์ ของประเทศแห่งนี้ถือได้ว่า พลัดเปลี่ยนขั้วอำนาจ ของผู้ปกครองอยู่หลายประเทศ

มาตั้งแต่โบราณเลยทีเดียว เพราะดินแดนแห่งนี้ติดกับชายฝั่ง ทะเลบอลติกอันเป็น เส้นทางยุโรปทางตอนเหนือ ของเหล่าชาวไวกิ้งใช้เป็นเส้นทางหลัก ในการเดินทางนั้นเอง ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว

สถานที่แสนคลาสสิคในแบบยุคกลาง นับว่าไม่ควรพลาดประเทศแห่งนี้ จึงทำให้มองว่า เอสโตเนีย เป็นประเทศที่เพิ่งก่อตั้งไม่นาน แต่กลับมาศักยภาพทางเศรษฐกิจ ที่มีความแข็งแรง เกินขนาดของพื้นที่ในประเทศ

อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติ อากาศแสนบริสุทธิ์ในยุโรปตอนเหนือ นับว่าเป็นประเทศที่ มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ใครที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ หรือธรรมชาติแล้วละก็ เอสโตเนียจะทำให้คุณไม่ลืม ความประทับใจนี้ไปอีกนานเลยทีเดียว

รีวิวที่เที่ยวยอดฮิต

ที่เที่ยวสุดฮิต

เว็บข่าวบอลไทย

ที่เที่ยวยอดฮิต 2021