ที่เที่ยวไทยต่างแดน 12 ปันนาประวัติ เป็นอย่างไร?

ที่เที่ยวไทยต่างแดน 12 ปันนาเป็นเขตปกครองพิเศษตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนในปัจจุบัน โดยชาวเชื้อสายไทลื้อ ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของมณฑล      ยูหนานนั้นเอง 12 ปันนานั้น ในอดีตคำว่าปันนาหมายถึง เมือง เท่ากับว่า 12 ปันนาที่ว่านั้นเป็นการรวมตัวกัน ของ 12 เมืองรวมกันเป็นอาณาจักรขึ้นนั้นเอง ความวิเศษของ 12 ปันนานั้นก็คือ

เป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมไทย และล้านนามาตั้งแต่โบราณแล้วนั้นเอง โดยชาวไทลื้อนั้นในอดีตนับว่า เป็นกลุ่มคนที่มีความยิ่งใหญ่ในอดีต ร่วมกับอาณาจักรล้านนา มาอย่างยาวนานนั้นเอง ด้วยเขตปกครอง 12 ปันนานั้นเอง

อยู่ติดกับพรมแดนอยู่หลายประเทศ อย่างที่เรารู้กันนั้นก็คือ จุดสามเหลี่ยมทางคำนั้นเอง ที่มีทั้งประเทศไทย ลาว พม่า และจีนนั้นเอง นับว่าเป็นต้นกำเนิดของสายน้ำโขง ที่ทอดยาวไปจนสู่ทะเลนั้นเอง โดยในอดีตนั้นเอง เมืองเชียงรุ่ง

เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีแม่น้ำโขงไหลผ่าน ซึ่งผู้คนในประเทศนั้นเรียก แม่น้ำนี้ว่า แม่น้ำหลานชาง นั้นเอง แต่เดิมนั้นเอง 12 ปันนา เป็นที่ตั้งของอาณาจักรน่านเจ้า มีเมืองหลวงชื่อว่า หนองแส หรือ เมืองต้าหลี่ ใจปัจจุบันของจีนนั้นเอง

ด้วยความรุ่งเรืองของอาณาจักรแห่งนี้ สามารถดำรงไปได้ถึง 100 ปี จนกระทั่งถูกมองโกลบุก เมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 ทำให้อาณาจักรน่านเจ้านั้น อยู่ใต้ปกครองของจีน ซึ่งตรงกับราชวงค์หยวนอันเป็นเชื้อสายมองโกลนั้นเอง

จนกระทั่งต่อมาในปี    ค.ศ. 1293 อาณาจักรแห่งนี้ได้ตกเป็นของจีนอีกครั้ง และเป็นการสิ้นสุดการปกครอง ของอาณาจักรแห่งนี้ด้วยนั้นเอง อีกทั้งเป็นการยอมรับอำนาจจากจีน เป็นครั้งแรกของอาณาจักร

ไม่ว่าจะเป็นตราแผ่นดินจากจีน ที่ส่งมาให้อย่าง ตรานกหัสดีลิงก์ และการเปลี่ยนชื่อผู้ปกครองรัฐ จากภาษาไทลื้อ เป็นภาษาจีนนั้นเอง นับว่าเป็นการจบตำนานของ อาณาจักรน่านเจ้าโดยสมบูรณ์นั้นเอง จนกระทั่งต่อมานั้นเอง

อาณาจักรตองอู ของพม่าได้่ ขยายอาณาเขตมายังตะวันออก และเข้าโจมตีสิบสองปันนา จึงทำให้เกิดการแบ่งเมืองขึ้น จนมาถึงปัจจุบันนั้นเอง ได้แยกเชียงรุ่งเป็น 12 ปันนา และเป็นเมืองในปัจจุบันอย่าง เมืองฮาย ม้าง หุน แจ้ ฮิง ลวง อิงู ลา พง อู่ เมืองอ่อง

และเมืองรุ่ง จึงได้ถูกเรียกรวมๆกันว่า 12 ปันนานั้นเอง จากนั้นเองวัฒนธรรมพม่า รวมถึงศาสนาพุทธได้เริ่มเข้ามา เผยแพร่ในเขตแห่งนี้หลังจาก การปกครองของพม่านั้นเอง 12 ปันนาเอง ผ่านช่วงเวลาประวัติศาสตร์มามากมาย และปัจจุบันได้เป็นส่วนหนึ่งของ ประเทศจีนที่อยู่ทางตอนใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ของเราทางตอนบนนั้นเอง

ที่เที่ยวไทยต่างแดน

ที่เที่ยวไทยต่างแดน 12 ปันนามีความสำคัญอย่างไรในภูมิภาคนี้

จากเดิมที่เป็นอาณาจักรน่านเจ้ามาก่อน และยังเป็นศูนย์กลางทางอารยะธรรม ในภูมิภาคนี้เองด้วย วิทยาการทำเกษตรกรรม รวมถึงวัฒนธรรมการกินข้าวนั้น รวมถึงการใช้เครื่องหนังมาทำเป็นเครื่องดนตรี นั้นมีกำเนิดมาก่อนที่อาณาจักรไทยจะเกิด และยังเป็นต้นแบบของอารยธรรมต่างๆ ในดินแดนอุษาคเนย์อีกด้วย ภายหลังจากที่เปลี่ยนชื่อ และถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน

สิบสองปันนายังคงมีความสำคัญ อยู่ตลอดมาทางด้านเป็นด่านพรมแดน ที่ติดกับประเทศพม่า รวมถึงเป็นด่านสินค้าที่มาจากจีน ส่งออกไปยังชายแดนต่างๆของประเทศอื่นๆด้วยเช่นกัน ไปตามเส้นทางของแม่น้ำโขง

และสามเหลี่ยมทางคำนั้นเอง แต่ด้วยในปัจจุบันนั้นเอง พื้นที่สามเหลี่ยมทางคำนั้นเป็นเส้นทาง ของขบวนการค้ายาเสพติด จากประเทศเพื่อนบ้าน และด้วยที่ตั้งของสิบสองปันนานั้น มีพรมแดนติดกับรัฐฉานของพม่า

ทำให้มีกองกำลังมากมาย ในฝั่งพม่าที่คอยทำหน้าที่ปลูกฝิ่น หรือคุ้มครองขบวนการยาเสพติด รวมถึงนายทุนต่างๆล้วนมาจากคนจีน ที่มีส่วนลงทุนให้ธุรกิจนี้เติบโตไปนั้นเอง นับว่าสิบสองปันนา มีความสัมพันธ์ทางการค้าและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

กันในภูมิภาคนี้มาอย่างยาวนาน อารยธรรมบ้างอย่างของไทยนั้นเอง มีรากเง้ามาจากที่ตั้งสิบสองปันนาเลยทีเดียว นับว่าชาวสิบสองปันนานั้น มีวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันระหว่างจีน และ ล้านนา เข้าไปผสมอยู่นั้นเอง

จึงทำให้เขตปกครองพิเศษนี้ มีความน่าสนใจในแง่วัฒนธรรม และธรรมชาติของพื้นที่นี้ มีความอุดมสมบูรณ์มาอย่างยาวนาน ได้ตกทอดมาสู่รุ่นปัจจุบัน ที่กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว อันใกล้พรมแดนของไทยนั้นเอง

ที่เที่ยวไทยต่างแดน

12 ปันนาสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างไร?

ที่แห่งนี้อุดมไปด้วยวัฒนธรรม และธรรมชาติอันสวยงาม ซึ่งมีอารยธรรมผสมผสาน อันเป็นดินแดนที่มีเชื้อชาติเก่าแก่ และยังเป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมหลายๆอย่าง ที่เรานั้นยังคงใช้วิถีชีวิตแบบเดียวกับเขา ในวิถีชีวิตเกษตกรนั้นเอง ด้วยเชื้อชาติของผู้คนที่นี้นั้น ทำให้มีลักษณะหน้าตาคล้าย กับคนทางภาคเหนือของไทย ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีคนจีนฮั่น ที่หมายถึงจีนในพื้นที่ภาคกลางนั้นเอง มาตั้งรกรากอยู่อาศัยปะปนกับคนพื้นที่ จนทำให้เกิดการผสมผสาน เข้ากับจีนทางด้านวัฒนธรรมนั้นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวแรกคือ เมืองฮำ หรือ กาหลั่นป้า ชุมชนไทลื้อที่ใหญ่ที่สุด ในสิบสองปันนา ห่างจากเมืองเชียงรุ่งเพียง 27 กิโลเมตร เสน่ห์ของเมืองนี้อย่างหนึ่ง เมื่อเวลาเช้าตรู่ผู้คนจะหลั่งไหลกันไป ที่ตลาดกาหลานป้าซึ่งเป็นตลาดของใหญ่

ภายในตลาดเต็มไปด้วยสินค้าผักสดต่างๆ รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนของที่นี้ แสดงให้เห็นวิถีชีวิตที่คล้ายกับบ้านเรานั้นเอง  นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านไทลื้อ อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่มีบ้านทรงโบราณตามศิลปะน่านเจ้า

รวมไปถึงบ้านของคนที่นี้ จะมีพื้นที่เอาไว้ปลูกพืชผัก เก็บเอาไว้กินกันเองภายในบ้านตามวิถึชีวิตเกษตรกรรมนั้นเอง จากการต้อนรับของผู้คนที่นี้ อันแสนอบอุ่นได้ชวนให้เหล่านักท่องเที่ยว ต่างรู้สึกประทับใจในการมาเที่ยวเมืองแห่งนี้นั้นเอง

สถานที่ต่อไปคือ วัดมหาราชฐานสุทธาวาส หรือคนที่นี้เรียกกันว่า วัดสวนม่อน ซึ่งหมายถึงสวนดอกไม้ วัดแห่งนี้มีอายุเก่าแก่อย่างมาก ถึง 1,400 ปีเลยทีเดียว มีการบูรณะครั้งใหญ่ถึง 6 ครั้งด้วยกัน วัดแห่งนี้นับว่าเป็นศิลปะแบบไทลื้อ

ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ตัวเองในอดีต ถ่ายทอดความเจริญผ่านรูปแบบ สถาปัตยกรรมและสิ่งศักดิ์ของที่นี้เอาไว้นั้นเอง ด้วยครั้งในอดีตกองทัพแดงของจีนได้บุกมายังวัดแห่งนี้ เพื่อที่จะเผาทำลายแต่ทว่าชาวบ้าน

ได้นำคัมภีร์และสิ่งของมีค่าอันเก่าแก่ ไปหลบซ้อนไว้ก่อนและปล่อยวัวควาย ในวัดทำให้ดูเหมือนเป้นวัดร้าง เพื่อให้รอดพ้นจากการเผาของกองทัพแดง วัดแห่งนี้จึงได้รอดพ้นมาถึงปัจจุบันนั้้นเอง นับว่าเป็นวัดที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์

อีกแห่งหนึ่งของชาวไทลื้อ ที่ให้ความเคารพเป็นอย่างมากนั้นเอง เราไปกันต่อที่ วัดป่าเชต์ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเชียงรุ่ง ใกล้กับแม่น้ำโขง วัดแห่งนี้เป็นวัดที่คนไทยร่วมกันบูรณะ และทำบุญกันมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างครั้งหนึ่งสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เคยเสด็จถวายผ้ากฐิน เมื่อปี พ.ศ. 2541 เพราะด้วยความสวยงาม และวัฒนธรรมดั่งเดิมของคนไทย

จึงทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่เคารพ ของคนไทยเป็นอย่างมากนั้นเอง สถานที่สุดท้ายคือ สะพานใหญ่หงเหอ ( Honghe ) เป็นสะพานที่สูงที่สุดในโลก มีความยาวกว่า 801 เมตร กว้าง 20 กว่าเมตร ความสูงจากพื้นถึงผิวน้ำ 163 เมตร

สูงเท่าตึก 61 ชั้นนั้นเอง เป็นสะพานที่มีเส้นทาง จากตอนใต้ของประเทศจีน มายังสิบสองปันนาแห่งนี้อันเป็นเขตสิ้นสุดของประเทศจีน เป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่อย่างมาก เพราะด้วยเส้นทางที่เชื่อมจากยูหนาน

มาถึงที่นี้และมีโครงการที่เชื่อมกับ ประเทศไทยยิงยาวผ่านทางเชียงใหม่ และมายังกรุงเทพได้เลยนั้นเอง นับว่าเป็นเส้นทางสู่อาเซียนของจีนเลยทีเดียว เพื่อการเชื่อมต่อคมนาคมในภูมิภาค

ที่จีนกำลังเร่งพัฒนาเพื่อเป็นเจ้าตลาดใหญ่ ในทวีปเอเชียนี้นั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวในสิบสองปันนา ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมาก ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของ ชาวไทลื้ออันเป็นวัฒนธรรมร่วมในภูมิภาค ทางตอนเหนือของประเทศไทยไว้ด้วยนั้นเอง 

ปัจจุบัน 12 ปันนาเป็นอย่างไร?

จากการรวมแผ่นดินของกองทัพแดง ที่เอาชนะ พรรคก๊ก มิน ตั๋ง ดินแดนแห่งนี้ถูกยึดและทำลายไปมาก เพราะด้วยเมืองแห่งนี้เคยเป็น ฐานที่มั่นของกองทัพพรรคก๊ก มิน ตั๋ง กองพลสุดท้ายนั้นเอง

ปัจจุบันจากการหลอมรวมวัฒนธรรม และพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ที่เชื่อมส่วนกลางเข้ากับสิบสองปันนา ทำให้เมืองแห่งนี้มีอัตราการเติบโต ทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น รวมถึงคนจีนเองมักเดินทางมาท่องเที่ยว

ยังสิบสองปันนาอีกด้วย เพราะถือว่าเป็น อีกชนชาติหนึ่งที่พูดภาษาจีนได้เหมือนกันนั้นเอง ทำให้ปัจจุบันเมืองแห่งนี้เป็นทั้งการค้า และการท่องเที่ยวส่งออกวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของที่นี้นั้นเอง

สรุปการท่องเที่ยวใน12 ปันนาเป็นอย่างไร?

เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ความรู้สึก เหมือนเราได้มาเที่ยวภาคเหนือ ของประเทศไทยเลยทีเดียว เพราะด้วยวัฒนธรรมที่คล้ายกัน และรูปลักษณ์หน้าตาของเชื้อสายไทลื้อ ทำให้เหมือนกับคนไทยด้วยนั้นเอง แต่แค่พูดภาษาจีนเท่านั้นเอง ถึงแม้คนจากแผ่นดินใหญ่จะ หลอมรวมวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน รวมถึงการถูกบังคับให้เรียนภาษาจีนกลาง จึงทำให้ภาษาดั่งเดิมของพวกเขา

ค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่นั้นก็ยังถือว่าเป็นรากเง้าของที่แห่งนี้นั้นเอง จึงทำให้ มองว่า 12 ปันนา เป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่มีความคล้ายคลึงกันในแถบตอนเหนือของประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็นพม่า ไทย ลาว จึงเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของประเทศจีนที่มีการปกครอง รวมเข้ากับหลายชนเผ่าในประเทศ จนกลายเป็นเขตปกครองพิเศษ มาถึงในปัจจุบันนั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ศึกษาอารยธรรมหรือหาวันหยุดในการพักผ่อน ที่แห่งนี้จะต้องตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน

ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

เที่ยวยุโรปตะวันออก

แลนด์มาร์คไทย 2021